| |
วัดช้างให้ |
| |
| สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่บ้านเลขที่
๑ บ้านช้างให้ หมู่ ๓ ตำบลป่าไร่ อำเภอโคกโพธิ์
จังหวัดปัตตานี |
| |
| ประวัติความเป็นมา |
| วัดช้างให้ ตามประวัติเดิมกล่าวว่า
ที่ดินสร้างวัดแห่งนี้ช้างเป็นผู้บอกให้สร้าง เป็นวัดโบราณมีอายุประมาณเกือบ
๔๐๐ ปี มีหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เป็นสมภารเจ้าอาวาสองค์แรก
ปัจจุบันเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง "วัดช้างให้"
หรือวัดราษฎร์บูรณะ เดิมสร้างขึ้นเมื่อใดไม่มีใครทราบ
ต่อมา พ.ศ. ๒๔๘๐ พระครูมนูญญสมณการ เจ้าคณะวัดทุ่งพลา
วัดพลานุภาพ ได้ส่งพระช่วงมาอยู่และนำชาวบ้านมาทำการบูรณะ
พัฒนาวัดขึ้น จึงได้นามว่า "วัดราษฎร์บูรณะ"
ซึ่งเป็นวัดที่ประชาชนทั่วไปรู้จักกันในนาม "วัดช้างให้"
นับตั้งแต่ พระครูวิสัยโสภณ (ทิม ธมมธโร) ได้มาครองวัดนี้แล้วได้สร้างพระเครื่องสมเด็จหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด
วัดช้างให้เป็นต้นมา วัดช้างให้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐ ผูกพัทธสีมา เมื่อ
วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๐๑ |
| |
| กิจกรรมและความสำคัญต่อชุมชน
|
| วัดช้างให้ เป็นวัดสำคัญของจังหวัดปัตตานี
เป็นวัดที่จำพรรษาของหลวงพ่อทวด ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วประเทศ
เป็นศูนย์รวมใจของพุทธศาสนิกชนในละแวกใกล้เคียง
และเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมศิลปวัตถุต่างๆ
และนมัสการรูปเหมือนหลวงพ่อทวดและสิ่งควรสักการะอื่นๆ
ภายในวัด |
| |
| ลักษณะทางสถาปัตยกรรม |
| วัดช้างให้มีปูชนียวัตถุและปูชนียสถาน
ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ เช่น สถูป
บรรจุอัฐิสมเด็จหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และเจดีย์ใหญ่เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนของพระครูวิสัยโสภณ
(อาจารย์ทิม ธมมธโร) |
| |
| สถานที่ติดต่อ |
เลขที่ ๑ บ้านช้างให้ หมู่ ๓ ตำบลป่าไร่ อำเภอโคกโพธิ์
จังหวัดปัตตานี
โทร. 0-73358586 และ 0-73415276 |
| |
| การเดินทาง |
| ปัตตานี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ
ประมาณ 1,055 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ)
ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
4 จนถึงจังหวัดชุมพรรวมระยะทาง 460 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข
41 หรือ 42 ผ่านสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา
ผ่านปากน้ำเทพา เข้าสู่จังหวัดปัตตานี |
| |
| เส้นทางเข้าสู่วัดช้างไห้ |
| จากตัวเมืองปัตตานีระยะทาง
26 กิโลเมตรถึงอำเภอโคกโพธิ์ไปตามถนนสายโคกโพธิ์-ยะลา
มีทางแยกเข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตรเศษ |
| |
| |
| |