สีทองสุกปลั่งยามต้องแสงไฟของพระพุทธไสยาสน์ซึ่งถือกันว่างดงามที่สุดในประเทศไทย
สะท้อนความอ่อนช้อยของชั้นเชิงช่างหลวงอันเป็นเลิศ ยิ่งผนวกกับความละเอียดอ่อนของลายประดับมุกที่พระบาท
ซึ่งผสมผสานอยู่ด้วยศิลปะไทยและจีน จึงบังเกิดเป็นคุณค่าของงานช่างซึ่งหาดูได้ยากยิ่ง
พระพุทธไสยาส ก่ออิฐปูนปั้นองค์นี้ สร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ 3
เมื่อ พ.ศ. 2375 ขณะทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และได้มีการสันนิษฐานตามคำกล่าวของท่านเจ้าคุณพระรัชมงคลมุนี
และพระนิพนธ์ของสมเด้จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสว่า
พระองค์เจ้าลดาวัลย์ทรงเป็นแม่กองในการสร้าง เพราะฉะนั้นช่างที่ปั้นพระพุทธไสยาสนี้น่าจะเป็นฝีพระหัตถ์พระองค์เจ้าลดาวัลย์
ซึ่งท่านทรงชำนาญด้านการช่าง และทรงกำกับกรมช่างสิบหมู่ในรัชสมัยรัชกาลที่
4 และ 5
นอกจากพระพุทธไสยาสที่งดงามแล้ว บริเวณโดยรอบยังปรากฏรูปปั้นรูปสลักแบบจีน
ซึ่งช่างไทยได้นำเครื่องอับเฉาที่ใช้ถ่วงเรือสำเภา นำไปประยุกต์ประดับประดาให้เข้ากับรูปปั้นแต่ละตัวได้ลงตัว
แสดงถึงภูมิปัญญาของช่างไทยโบราณเป็นอย่างดี
ภายในบริเวณวัด มีพระตำหนักวาสุกรี ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระโกศบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรสสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่
7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จัดเป็นบ้านกวีและพิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวของพระองค์ท่าน
ท่านเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงพระองค์แรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ และได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมระดับโลก
|