| ชุมชนชาวกูยเลี้ยงช้าง และหมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ตำบลกระโพ
อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จารีต ประเพณี
ที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นทั้งในด้านภาษาพูดความเป็นอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้าง
ภูมิปัญญาชาวบ้าน ยึดถือการเคารพช้างว่าเท่ากับการเคารพศาลปะกำและการเคารพศาลปะกำก็เท่ากับเคารพบรรพบุรุษ
คนและช้างเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่มีความผูกพันธ์กันอย่างแนบสนิทตามฐานะอายุของช้างและคน
ถ้าช้างมีอายุมากก็เปรียบช้าง เสมือน พ่อ-แม่-ปู-ย่า-ตา-ยาย ถ้าช้างมีอายุน้อยก็เปรียบช้างเสมือนลูก-หลาน
ตามธรรมเนียมชาวกูยเลี้ยงช้างจะไม่รับประทานเนื้อช้างโดยเด็ดขาด
เพราะช้างคือสัตว์คู่บ้านคู่เมือง คู่พระพุทธศาสนา มีคุณค่าต่อชาวโลกด้านวัฒนธรรมประเพณีมาทุกยุคทุกสมัย
ในวันขึ้น 13, 14 และ 15 ค่ำเดือน 6 (ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม)
ของทุกปี บุตรหลานชายอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ที่มีจิตศรัทธาจะเข้าบรรพชาอุปสมบทในวันดังกล่าว
พร้อม ๆ กันครั้งเดียว ทุกครัวเรือนในเขตรัศมีวัดจะร่วมกันเป็นเจ้าภาพโดยไม่จำเพาะเจาะจงว่าเป็นบุตรหลานของใคร
ผู้ใดมีช้างก็ให้นำมาร่วมขบวนแห่ ชาวกูยนิยมให้บุตรหลานบรรพชาอุปสมบทในวันเพ็ญเดือน
6 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรง ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพาน
และเชื่อถือว่าหากได้นั่งช้างแห่นาคด้วยแล้วจะได้อานิสงส์มหาศาล
โดยจะแห่นาคไปที่วังทะลุ และทำการบรรพชาอุปสมบท ณ จุดนั้น ซึ่งเป็นวังน้ำวนที่เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของแม่น้ำสองสาย
คือ แม่น้ำชีและแม่น้ำมูล ทำให้เกิดดินดอน หรือเนินดินขึ้นตรงกลาง
มีแม่น้ำล้อมรอบ ชาวบ้านเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "สิมน้ำ"
และเนื่องจากเป็นบริเวณที่จัดอุปสมบทหมู่ จึงเรียกกันในอีกชื่อหนึ่งว่า
"ดอนบวช" ทั้งนี้ เป็นผลจากความเชื่อว่าผู้ใดได้บูชาด้วยการปฏิบัติตามผู้นั้นชื่อว่า
ได้เห็นพระพุทธเจ้า ซึ่งตามพุทธประวัติ ตอนเป็นเจ้าชายสิทธัตถะก่อนอุปสมบท
พระองค์ได้ทรงม้ากัณฑกะโดยมีนายฉันนะตามเสด็จไปสู่แม่น้ำอโนมา
ทรงปลงผมและผนวช ณ ที่ริมแม่น้ำอโนมา
ในปัจจุบัน ชาวกูย จะตั้งขบวนช้างแห่ไปยัง 'วังทะลุ' และควาญช้างจะนำช้างลงอาบน้ำให้ร่างกายสะอาด
เพื่อเตรียมเข้าพิธีบวชช้าง ซึ่งจะทำก่อนบวชนาคที่วัด พิธีบวชช้างจะกระทำที่ศาลปะกำ
สถานศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือ โดยมีหมอเฒ่าหรือปะกำหลวงเป็นผู้ประกอบพิธีบวชให้ช้าง
จากนั้นขบวนช้างและชาวกูยจะแห่นาคไปยังพัทธสีมา เพื่อบรรพชาอุปสมบทนาคให้เป็นภิกษุในพระพุทธศาสนาต่อไป
|